วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การปวดท้องเรื้อรังหรืออาการปวดมดลูก


Z-Brease ซี เบรสส์ สารสกัดจากธรรมชาติ รวม 9 ชนิด บำรุงสุภาพสตรี

ซี เบรสส์ Z-Brease ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสตรี ที่ประกอบด้วย คอลลาเจนจากปลาทะเล และสารสกัดจากพืชธรรมชาติ รวมเป็น 9 ชนิด (อัลฟาฟ่า โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ตังกุย โสมเกาหลี น้ำมันดอกคำฝอย ฮอร์สเทล ขมิ้นชัน ใบแปะก้วย ใบบัวบก) ที่ให้สารที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนอ่อนๆ จึงไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกับการรับประทานเอสโตรเจนสังเคราะห์ สามารถรับประทานได้ง่าย ไม่มีกลิ่นคาวของปลา
ซี เบรสส์ Z-Brease ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสุขภาพสตรี
  • ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เริ่มเข้าสู่วัยทอง (อายุ 45-55 ปี) จะมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย หงุดหงิดง่าย ผิวแห้งตึง กระดุกพรุน หรือผ่านการผ่าตัดรังไข่
  • ผิวพรรณแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ไม่นุ่มนวล เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • หน้าอกไม่กระชับ หน้าอกเล็ก ไม่เต่งตึง และต้องการมีหน้าอกที่อวบอิ่ม
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีฝ้าเลือดลม
  • ต้องการมีรูปร่างสมส่วนเหมือนสาวรุ่น มีหน้าอกอวบอิ่ม สะโพกกลมกลึง
  • ต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง เรียบเนียน แลดูมีน้ำมีนวล ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่เหมาะสำหรับสุภาพบุรุษ เนื่องจากมีสารธรรมชาติจากพืชที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนอ่อน ๆ ( เอสโตรเจน คือ ฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งร่างกายสร้างได้น้อยลง เมื่ออายุมากขึ้น )
Z-Brease ซี เบรสส์ ประกอบด้วย สารสกัดจากธรรมชาติ รวม 9 ชนิด สำหรับ บำรุงสุภาพสตรี
  1. คอลลาเจนจากปลาทะเล (Marine Collagen) ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินให้กับชั้นผิว เพิ่มความยืดหยุ่นกระชับให้ผิว ช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของชั้นผิวส่งผลให้ผิวพรรณชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง กระชับ เรียบเนียน ไม่ แห้งกร้านและไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  2. สารสกัดจากอัลฟาฟ่า (Alfafa) มีสารที่เป็นแหล่งตั้งต้นของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญของผู้หญิง ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง สะโพกกลมกลึง ทรวงอกอวบอิ่ม เต่งตึง ยกกระชับดุจสาวรุ่น
  3. โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Isolated Soy Protein) มีสารไอโซฟลาโวน ซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิงอย่างอ่อน ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับชุ่มชื้น นุ่มนวล สดใส ดูอ่อนวัยดุจผิวแรกสาว
  4. สารสกัดจากตังกุย (Dong Quai Extract) ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ประจำเดือนเป็นปกติลดการเกิดฝ้า ทำให้ผิวขาวอมชมพู ดูมีสุขภาพ
  5. สารสกัดจากโสมเกาหลี (Korea Ginseng) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง และทำให้ผิวพรรณสวยงามสดใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
  6. สารสกัดจากน้ำมันดอกคำฝอย (Modified Safflower Oil) ช่วยบำรุงโลหิตสตรี ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาดสมบูรณ์ขึ้น ดอกคำฝอยมี CLA ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวพรรณกระชับแข็งแรง
  7. สารสกัดจากฮอร์สเทล (Horsetail Extract) มีสารซิลิคอน กระตุ้นการทำงานของเอ็มไซม์ที่มีส่วนสำคัญในขบวนการการสร้างคอลลาเจน จึงช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงยืดหยุ่นของคอลลาเจนใต้ผิว
  8. สารสกัดจากขมิ้นชัน (Curcumin Extract) มีสารเคอร์คูมิน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้นุ่มนวลขาวเนียนใส เปล่งปลั่งแลดูมีน้ำมีนวล
  9. สารสกัดจากใบบัวบก (Centella Extract) ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่นสมอง และปลายมือปลายเท้า ช่วยในการบรรเทาและรักษาโรคสมองเสื่อม (Alzheimer's disease) ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ เสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจน
ขนาดที่แนะนำคือ 2 แคปซูลต่อวัน สามารถรับประทานต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัย สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว ให้รับประทาน 4 แคปซูลต่อวัน ในเดือนแรก และค่อยลดเหลือ 2 แคปซูลต่อวันในเดือนถัดไป
  • ผู้ที่ต้องการให้ทรวงอกอวบอิ่ม เต่งตึง สังเกตได้ว่าเต้านมคัดใน 2 สัปดาห์ และสังเกตผลชัดเจนได้ใน 1-2 เดือนคือ ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก จะกระชับ และดูใหญ่ขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวพรรณชุ่มชื้น นุ่มนวล เปร่งปลั่ง สังเกตได้ใน 2-4 สัปดาห์
  • สามารถรับประทาน ซี เบรสส์ ร่วมกับ ไบร์ แอน สไปร์ท ได้ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายคนละส่วนกันคือ ซี เบรสส์ ให้ผลเหมือนได้รับเอสโตรเจนอ่อนๆ จากพืชธรรมชาติ และคอลลาเจนจากปลาทะเล ช่วยลดริ้วรอยและให้คงความสาวไว้นานๆ ส่วน ไบร์ทแอนสไปร์ทเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่รวมสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดเข้าด้วยกัน (สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส กลูตาไธโอน โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง) จึงช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้ผิวพรรณดูขาวกระจ่างใส ช่วยล้างพิษ ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ก่อนวัย และชะลอการเกิดริ้วรอย

Free Web Counter


k.สุพรรณพิพ์  085-047-5998



อาการการปวดท้องเรื้อรังหรืออาการปวดมดลูกอาจมีหลายสาเหตุ

เช่น

 - ภาวะปวดประจำเดือนDysmenorrheal ถึงแม้ว่าการปวดประจำเดือนจะเกิดได้กับทุกคนแต่บางคนจะมีอาการรุนแรงมากสาเหตุเกิดจากฮอร์โมนProstaglandinsซึ่งสร้างโดยเซลล์ที่ผนังมดลูกทำให้เกิดการเกร็งของมดลูกค่ะ

 -ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่Endometriosisเป็นภาวะที่เกิดจากการที่เนื้อเยื่อมดลูกไปอยู่บริเวณรังไข่ท่อรังไข่ หรือบริเวณช่องท้องน้อย

     ส่วนใหญ่ตัวมดลูกเองจะไม่กระตุ้นที่รังไข่ แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่มดลูก ก็อาจลามไปที่รังไข่ได้ เนื่องจากฮอร์โมนจากรังไข่ส่งมาถึงตัวมดลูก ทำให้มันทำงานผิดปกติ แต่ถ้าปราศจากรังไข่ มดลูกก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย คือ มดลูกจะเหี่ยว

      ฉะนั้นการตัดมดลูกออก เก็บรังไข่ไว้ ก็ยังมีการสร้างฮอร์โมนต่อไป ผิวหนังของคนเราก็จะไม่เหี่ยว สำหรับอาการปวดจะมีความรุนแรงและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทุกเดือนเนื่องจากเลือดที่ถูกสร้างโดยเยื่อบุโพรงมดลูกไม่สามารถขับออกมาได้บางครั้งทำให้เห็นเป็นถุงน้ำที่มีเลือดอยู่ภายในหรือที่เรียกว่าchocolate cyst -เนื้องอกในโพรงมดลูก มะเร็งมดลูก

   อาการที่แสดงส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการแต่อาจจะทำให้เกิดอาการปวดเนื่องจากมีการกดเบียดอวัยวะอื่นบางคนจะมีประจำเดือนมาผิดปกติส่วนหนึ่งจะสัมพันธ์กับฮอร์โมนEstrogen อัตราการโตขึ้นของ เนื้องอกก็สำคัญ

     โดยทั่วไปเนื้องอกจะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งน้อย คือ ประมาณ 1% แต่ถ้าโตเร็วและมีเลือดออกมาผิดปกติก็อย่านิ่งนอนใจ ดังนั้น ถ้ารู้ตัวว่ามีเนื้องอกก็อย่ารอให้มีอาการ ควรไปพบแพทย์ตรวจเป็นระยะ เพื่อดูว่าโตขึ้นหรือไม่ เพราะเนื้องอกก็อาจกลายได้ ข้อสังเกตคือ ก้อนเนื้อโตเร็วผิดปกติ

 Credit : womencenter




วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

จำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเชียนไลฟ์ในราคาสมาชิก สั่งซื้อวันนี้ ส่ง EMS ฟรี!!! ทั่วประเทศ รับสมัครตัวแทนจำหน่ายเพื่อขยายงานทั่วประเทศ รับฟรีเว็บไซต์ขยายธุรกิจ และร้านค้าออนไลน์








ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย


       จัดตั้งขึ้นในวันที่ 11 มกราคม 2551 (11/1/51) โดยนักวิจัยไทยที่ได้ทำการวิจัยสารธรรมชาติในมังคุดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
       1. เพื่อรวบรวมนักวิจัยไทยที่ดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับสารในมังคุดให้อยู่ในองค์กรเดียวกัน สะดวกต่อการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูล ทำให้ไม่เกิดการสูญเสียเวลาและงบประมาณจากการทำการวิจัยซ้ำซ้อน



       2. เพื่อประสานให้นักวิจัยร่วมวางแผนการวิจัยเพิ่มเติม ได้ข้อสรุปเชิงวิชาการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพ และสรรพคุณของผลิตภัณฑ์มังคุดไทย อาทิเช่น การทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มังคุดไทย ในการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคต่าง ๆ ในคน ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือของนักวิจัย จากหลายสาขาความเชี่ยวชาญและงบประมาณที่สูง



       3. เพื่อประสานให้นักวิจัยไทยใช้ผลงานและข้อมูลของงานวิจัยเกี่ยวกับสารในมังคุดในการร่วมสร้าง อุตสาหกรรมที่มั่นคงและยั่งยืนกับชาวสวนและนักอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์มังคุด อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวสวน ในการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต เกิดประโยชน์แก่นักอุตสาหกรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และเกิดประโยชน์แก่นักวิจัยเองในเชิงสร้างความภาคภูมิใจและค่าสมนาคุณที่เหมาะสม



       4. เพื่อนำเสนอผลงานและข้อมูลงานวิจัยสารในมังคุดจนถึงปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเป็นเอกภาพ และครบวงจร ให้กับวงการวิชาการ วงการธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น และการยอมรับในประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์มังคุดในกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีความรู้และการศึกษาในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มปริมาณ และมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศในที่สุด

สถานที่ตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย (TM R&D)
              บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (APCO)
              121/33-34 ชั้น 8 อาร์ เอส ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพฯ 10400




การนวดสลายเซลลูไลท์
รู้ไหมว่า ตามปกติเซลล์ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะถูกประคองด้วยเซลล์ร่างแหบางๆ (คล้ายตาข่าย) ที่เรียกว่า “เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน” ทำหน้าที่ยึดระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ กั้นกลุ่มไขมันไว้เป็นช่องๆ แต่เมื่อเกิดเซลลูไลท์ เซลล์ไขมันในช่องพวกนี้จะขยายขึ้น ในขณะที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันไม่ขยายตาม ทำให้เบียดทั้งทางเดินน้ำเหลืองและระบบหมุนเวียนหลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง จนการไหลเวียนของระบบเลือดบริเวณนั้นลดประสิทธิภาพลง เกิดการคั่งของน้ำเหลืองเป็นพังผืดดึงผิวด้านบนให้ย่นลงมาเป็นรอยบุ๋มเป็นช่วงๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกเซลลูไลท์ว่า “ผิวเปลือกส้ม”

นอกจากเซลลูไลท์จะสร้างปัญหาด้านความงาม รบกวนจิตใจของคุณผู้หญิงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคจากการที่ร่างกายสะสมไขมันมากเกินไปด้วย เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และหากการไหลเวียนของน้ำเหลืองมีประสิทธิภาพลดลง จะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดดำ ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมา ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มักเริ่มมีเซลลูไลท์และเมื่ออายุมากกว่า 50 จะมีผิวเซลลูไลท์ให้เห็นมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุกรรม เชื้อชาติเผ่าพันธุ์
ทีนี้เรามาดูประเภทของ “เซลลูไลท์” กัน
Hard Cellulite: พบได้บ่อยในผู้หญิงที่อายุน้อย (20-40 ปี) และมีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลักษณะที่พบ คือ เมื่อบีบตามร่างกายจะเป็นก้อนแข็งเล็กๆ พบบ่อยบริเวณสะโพก และบั้นท้าย
Flaccid Cellulite: พบได้ในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่มๆ มีการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบบ่อยบริเวณท้องแขน คาง รอบเอว และหน้าท้อง 
Edematous Cellulite: เกิดจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง ทำให้ลักษณะเหมือนบวมน้ำ กดแล้วบุ๋ม พบบ่อยที่ต้นขา สะโพก พบว่าผิวหนังดูบอบบางเห็นเส้นเลือดและบวม
Mixed Cellulite: พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งในหนึ่งคนอาจพบเซลลูไลท์ทุกแบบ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
พัฒนาการของ… เซลลูไลท์ตัวร้าย
  • ระยะที่ 0: เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้น แต่ไม่มาก ไม่สามารถสังเกตได้ทั้งจากการยืน หรือการนอนจะไม่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มแต่อย่างใด แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อบริเวณนั้นขึ้นมาจะปรากฏเป็นรอยบุ๋มเกิดขึ้น
  • ระยะที่ 1: ยังไม่สามารถเห็นรอยบุ๋มได้เช่นเดียวกับระยะที่ 0 แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อขึ้นมาพบว่ามีรอยบุ๋มเพิ่มมากขึ้น
  • ระยะที่ 2: สามารถเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืนโดยไม่จำเป็นต้องจับขึ้นมาดู แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นได้
  • ระยะที่ 3: ไม่ว่าจะยืนหรือนอนจะสามารถเห็นเป็นผิวเปลือกส้มได้ทั้งหมด เป็นระยะที่รักษายากที่สุดเพราะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์มาในระยะเวลานานมาก
    ทั้งนี้ ระยะการก่อตัวของเซลลูไลท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละบุคคล ประกอบกับการกินอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และน้ำตาลที่มากเกินไป เป็นต้น
เทคนิคใหม่สลายเซลลูไลท์
ปัจจุบันแม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มีส่วนสำคัญในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน ซึ่งวิธีสลายเซลลูไลท์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่… 
เมโซเธอราปี (Mesotherapy)
  • สลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ทำให้ไขมันสลายตัวในที่สุด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 8 - 10 ครั้ง ค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,000 - 3,000 บาทขึ้นไป
คาร์บ็อกซี เธอราปี (Carboxy Therapy, Carbondioxide Therapy) 
  • สลายไขมันเฉพาะส่วน ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสลายเซลลูไลท์ และไขมันทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้น และสลายเซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและไขมันของผู้ต้องการลดเซลลูไลท์เป็นสำคัญ โดยเฉลี่ย ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 3,000 ขึ้นไป
     
การนวดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ (Ultrasonic Massage)
  • การนวดผิว ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) โดยทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายส่วนที่ต้องการลดและใช้เครื่องนวดไปตามบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ยาซึมลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกขึ้นและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย แล้วแต่สถานบริการ มีตั้งแต่ 1,000-3,000 บาทขึ้นไป
การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie) 
  • การนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน ด้วยเครื่องสูญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องจะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลางและด้านข้างเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน เมื่อต้องการใช้งาน ท่อสุญญากาศจะทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา และลูกกลิ้งด้านข้างจะทำหน้าที่นวดเนื้อบริเวณนั้น ทำติดต่อกัน 14 ครั้ง โดย 7 ครั้งแรก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามแต่ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัย ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานบริการ ครั้งละประมาณ 2,000 - 5,000 บาทขึ้นไป
     
การออกกำลังด้วยเครื่องโฮบอดี้ ไวเบรชั่น (Whole body Vibration Exercise)
  • เป็นเสมือนการออกกำลังกาย หลักการทำงานคือเมื่อยืนอยู่บนเครื่องไวเบชั่น เครื่องจะเกิดการสั่นสะเทือนทำให้ร่างกายสั่นสะเทือนตามให้ผลเหมือนการนวดตัว และสลายเซลลูไลท์ในเวลาเดียวกัน ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 10 - 20 นาทีตามขนาดของร่างกายและปริมาณไขมัน ครั้งละ 500 บาท
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยสลายไขมันนี้สามารถคงทนอยู่ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เซลลูไลท์ก่อตัวช้าขึ้น นอกจากนี้ การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีเพื่อลดเซลลูไลท์ ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ประจำสถาบันต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือมีโรคประจำตัวบางประเภทอาจไม่เหมาะสมกับบางวิธี หรือบางคนอาจต้องใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน และวันนี้ เราก็มีวิธีการนวดสลายเซลลูไลท์ด้วยตนเอง แบบง่ายๆ มาฝากคุณสาวๆ กันด้วยค่ะ

บริเวณหน้าท้อง
  • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 8 - 9 เซนติเมตร
  • ลูบไล้เนื้อครีมโดยการวางมือทั้งสองบนหน้าท้อง หมุนวนเป็นเกลียวตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากสะโพกวนเข้ายังสะดือ 
  • นวดต่อจากบริเวณสะดือ โดยนวดหมุนวนขึ้นสู่หัวใจบริเวณใต้ทรวงอก เพื่อช่วยขับของเสีย และยกกระชับกล้ามเนื้อให้เต่งตึงขึ้น
บริเวณสะโพก
  • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 9 - 10 เซนติเมตร วางมือทั้ง 2 ข้าง ลงบนสะโพกส่วนล่างทั้งซ้ายและขวา นวดกดคลึงหมุนวนตามเข็มนาฬิกา โดยนวดวนขึ้นสู่สะโพกส่วนบนเข้าสู่หัวใจ  
บริเวณต้นขา 
  • บีบเนื้อครีมบริเวณท้องต้นขาประมาณ 5 - 6 เซนติเมตร โดยยกขาให้ตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นนวดไล่หมุนวนขึ้น  บริเวณก้น
  • บีบเนื้อครีมบริเวณก้นประมาณ 9 - 10 เซนติเมตร จากนั้นนวดวนขึ้นสู่หัวใจ โดยไล่ยกขึ้นมาทางสะโพก  

ผู้ใช้สินค้า TrimOne

ผู้ใช้สินค้า TrimOne

นวดลดกระชับหน้าท้อง
ลง Guinness Book


โฆษณา
นิตยสารคู่สร้าง-คู่สม


โฆษณา
นิตยสารทีวี-พูล



ค้นหาบล็อกนี้